จับตาเทร็นด์การศึกษาปี 2022 รองรับโลกอนาคต ที่ไร้พรหมแดน

         เทร็นด์การศึกษา 2022 กำลังจะเข้ามาเปลี่ยนแปลงอนาคตการศึกษาไทย ทลายทุกข้อจำกัดในการเรียนรู้เพื่อให้ผู้เรียนและผู้สอนได้ประโยชน์สุงสุด จะมีอะไรบ้างติดตามข้อมูลที่เรานำมาฝากได้เลย

         ปี 2020-2021 ที่ผ่านมาถือเป็นช่วงปีที่หนักหน่วงและเกิดการเปลี่ยนแปลงมากที่สุด เพราะสถานการณ์โควิด-19 ทำให้ทุกภาคส่วนต้องปรับตัวและเปลี่ยนพฤติกรรมให้ทันโลกที่กำลังเปลี่ยนไปอยู่ตลอดเวลารวมไปถึงวงการการศึกษาที่ต้องนำเทคโนโลยีไปปรับใช้ในการเรียนการสอนเพื่อช่วยให้ผู้สอนออกแบบหลักสูตรอย่างครอบคลุมถูกใจผู้เรียน ขณะเดียวกันผู้เรียนก็ต้องปรับตัวเรียนรู้เพื่อพัฒนาทักษะที่ตอบโจทย์ยุคดิจิทัลได้อย่างมีประสิทธิภาพ

        ดังนั้นเรามาทำความรู้จักเทร็นด์การศึกษา 2022 ว่าจะมีการนำเทคโนโลยีใหม่ ๆ มาประยุกต์ใช้ในการศึกษาด้านใดบ้าง พร้อมช่วยยกระดับการเรียนให้ผู้เรียนมีส่วนร่วมในห้องเรียนได้มากน้อยแค่ไหน ไปหาคำตอบพร้อมกัน

5 เทร็นด์การศึกษา 2022

1. เทร็นด์ AR และ VR สร้างโลกเสมือนในการเรียน

         เทคโนโลยีโลกเสมือนถือว่าเริ่มเข้ามามีบทบาทในแต่ละวงการมากขึ้นทั้งในวงการเกม ศิลปะ ธุรกิจบริการต่าง ๆ เช่นเดียวกับการศึกษาที่เริ่มมีการนำมาปรับใช้บ้างแล้ว สอดคล้องกับวลีสุดอมตะของผู้ที่ได้ชื่อว่าหยั่งรู้โลกอนาคตอย่าง อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ ที่ว่า “ จินตนาการสำคัญกว่าความรู้” เพราะ AR และ VR สามารถนำโลกความจริงและโลกเสมือนรวมกันเป็นหนึ่งเดียว 

  • AR  (Augmented Reality) เทคโนโลยีที่นำโลกความจริง และโลกเสมือนมารวมไว้ด้วยกัน ผ่านการเชื่อมต่อด้วยโทรศัพท์ คอมพิวเตอร์ อุปกรณ์อื่น ๆ  โดยเราจะเห็นโลกสมือนในรูปแบบวิดีโอ ภาพ วัตถุลอยอยู่บนพื้นจริง ที่สำคัญคือสามารถโต้ตอบกับโลกเสมือน สิ่งของ หรือสถานที่จำลองได้ด้วย
  • VR (Virtual reality) คือ การจำลองสภาพแวดล้อมเสมือนจริงที่สามารถเห็นได้แบบ 360 องศา ซึ่งจะแยกออกจากสภาพแวดล้อมจริงอย่างชัดเจน โดยต้องใช้งานผ่านอุปกรณ์นำเข้าต่าง ๆ เช่น แว่นตา VR เราสามารถรับรู้และตอบสนองต่อสิ่งจำลองและสภาพแวดล้อมนั้น ๆ ได้ทั้งในรูปแบบของเสียง การสัมผัส หรืออาจได้กลิ่น ให้ความรู้สึกเหมือนว่าเราเข้าไปอยู่ในโลกเสมือนจริง ๆ 

         หากอนาคตการศึกษาได้นำเทคโนโลยีทั้ง 2 อย่าง มาปรับใช้จะช่วยให้ผู้เรียนได้มีส่วนร่วมในห้องเรียนมากขึ้นเหมือนอยู่ในห้องเรียนจริง ๆ แม้ว่าจะไม่ได้เดินทางไปโรงเรียนก็ตาม ทั้งยังสามารถนำมาประยุกต์ใช้ในบทเรียนเฉพาะทาง เช่น การนำเทคโนโลยี AR ผสมกับ VR มาใช้เพื่อให้นักศึกษาแพทย์ได้เรียนรู้การผ่าตัด การวินิจฉัยอาการได้เหมือนจริง และการนำ VR ไปปรับใช้ในการเรียนของคณะบริหารธุรกิจที่จำลองสถานประกอบการธุรกิจต่าง ๆ เอาไว้ในโลกเสมือนทำให้เด็ก ๆ ไม่ต้องเดินทางไปสถานที่จริงเรียกได้ว่าเป็นเทคโนโลยีที่ช่วยเสริมให้การเรียนสะดวกสบายมากขึ้นช่วยเสริมสร้างจินตนาการให้ผู้เรียนได้คิดนอกกรอบและเข้าใจบทเรียนมากกว่าเดิม

2. ปัญญาประดิษฐ์ (AI) อัปเกรดการเรียนแบบเดิม ๆ

         AI คือสมองกลที่เกิดจากระบบคอมพิวเตอร์ ทำให้วิเคราะห์ จัดการและประมวลผลข้อมูลต่าง ๆ ได้เทียบเท่ามนุษย์ด้วยความชาญฉลาดของเทคโนโลยีจึงถูกนำมาใช้เพื่อทดแทนงานบางตำแหน่งหรือมาช่วยแบ่งเบาภาระของผู้สอน พร้อมอำนวยความสะดวกแก่ผู้เรียน ประกอบด้วย

  • ช่วยตอบคำถามให้ผู้เรียน การสอนในแต่ละครั้งมักมีเวลาจำกัด เป็นไปได้ยากที่ผู้สอนจะตอบคำถามผู้เรียนได้ครบถ้วน หรือผู้เรียนบางรายอาจต้องการสอบถามนอกเวลาเรียน การนำ AI มาช่วยตอบคำถามเบื้องต้น จะช่วยให้ผู้เรียนได้คำตอบอย่างรวดเร็วและถือว่าช่วยให้ทั้ง 2 ฝ่ายสะดวกมากขึ้น
  • ช่วยสร้างเนื้อหาการสอน ปัจจุบันการเรียนการสอนได้เน้นช่องทางออนไลน์เป็นหลัก ทำให้เกิดช่องทางการเรียนรู้ใหม่ ๆ อย่างแอปพลิเคชัน เว็บไซต์ต่าง ๆ ที่ใช้ AI ในการเลือกเนื้อหาที่เหมาะกับผู้เรียนแต่ละคน จึงทำให้การเรียนมีประสิทธิภาพสูงสุด และ AI ยังช่วยเก็บคะแนนเพื่อประเมินผลการเรียน ทำให้ช่วยลดภาระของผู้สอนได้อีกด้วย
  • เป็นผู้สอนแทนมนุษย์ อนาคตการศึกษาไทยจะถูกพัฒนาด้วยการใช้ AI มาแทนมนุษย์ในการเรียนการสอนช่วยให้เนื้อหาที่สอนถูกต้อง หลากหลาย ครบถ้วน เพราะการประมวลผลจาก AI มีความแม่นยำ และเป็นกลางมากกว่ามนุษย์ที่ใช้อารมณ์ร่วมด้วย 

         จะเห็นว่า AI นั้นมีความฉลาด แม่นยำ เทียบเท่ามนุษย์ แต่ในขณะเดียวกันก็ยังมีข้อจำกัดบางอย่างที่ไม่สามารถทำได้ หากในอนาคตมีการพัฒนาต่อยอดไปเรื่อย ๆ เราอาจเห็นบทบาทของ AI ในแวดวงการศึกษาที่แปลกใหม่มากขึ้นก็เป็นได้ 

3. เรียนรู้จากประสบการณ์จริง เสริมจินตนาการเด็ก ๆ

         การเรียนที่ได้ผลมากที่สุดนั้นไม่ใช่แค่อยู่ในห้องเรียน หรือในหลักสูตรการเรียนเสมอไป เพราะต้องอาศัยการเรียนรู้ และค้นคว้าจากประสบการณ์นอกห้องเรียนควบคู่ไปด้วย เพื่อนำองค์ความรู้เดิมไปต่อยอดสร้างองค์ความรู้ใหม่ ๆ ขึ้นมา เช่น

  • การแลกเปลี่ยนความเห็น หากผู้เรียนได้มีพื้นที่สำหรับการแลกเปลี่ยนความเห็น หรือพูดคุยกับเพื่อนในชั้นเรียนหลังจากเรียนเสร็จจะช่วยให้ผู้เรียนได้มุมมองใหม่ ๆ เปิดโอกาสให้ได้คิดอย่างสร้างสรรค์ และยังช่วยให้ผู้เรียนยอมรับความเห็นต่างได้ 
  • การทำกิจกรรมภาคสนาม หลังจากที่เรียนในห้องเรียนแล้ว แนะนำให้ผู้เรียนได้ลงมือปฏิบัติ และมีส่วนร่วมในเหตุการณ์จริง วิธีนี้จะทำให้ได้เห็นถึงปัญหา และเรียนรู้ที่จะหาวิธีแก้ไขแบบมีประสิทธิภาพมากกว่า

         ดังนั้นการเรียนรู้จากประสบการณ์จริงจะช่วยให้ผู้เรียนได้ประสบการณ์ที่แตกต่างจากบทเรียน เสริมสร้างกระบวนการเรียนรู้ที่มุ่งพัฒนากระบวนการทางความคิด ให้ผู้เรียนสามารถต่อยอดเพิ่มเติมจากบทเรียนและประยุกต์ใช้ในสังคมจริง ๆ ได้ 

4. Hybrid Learning การเรียนแนวใหม่ เน้นความยืดหยุ่น

         การเรียนรู้แบบผสมผสานหรือแบบไฮบริด เป็นระบบการเรียนรู้ที่เปิดกว้างให้ผู้เรียนได้เข้าถึงการเรียนรู้ในหลากหลายรูปแบบ ซึ่งเป็นเทร็นด์การศึกษา 2022 ที่ผู้เรียนสามารถโต้ตอบ หรือทำกิจกรรมที่ช่วยให้เกิดการเรียนรู้ร่วมกับคนอื่น ๆ ได้

         การเรียนรู้แบบไฮบริดไม่ได้จำกัดเฉพาะความรู้ที่จำเป็นในห้องเรียนเท่านั้น แต่รวมไปถึงความรู้ทั่วไปหรือในเฉพาะด้าน โดยผู้เรียนสามารถเข้าถึงแหล่งข้อมูลได้ จากทุกที่ผ่านอินเทอร์เน็ต ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนก็สามารถเรียนได้ เช่น

  • บทความ
  • หนังสือ
  • เข้าถึงระบบ E-Learning
  • ฟัง Podcast
  • ดูวิดีโอ
  • ทำแบบทดสอบ

         โดยเป้าหมายของการเรียนรู้แบบไฮบริด คือการปรับให้สภาพแวดล้อมในการเรียนมีความเหมาะสม ซึ่งผู้เรียนสามารถพบปะผู้เรียนคนอื่น ๆ ที่กำลังเรียนรู้ในเรื่องเดียวกัน โดยสามารถแลกเปลี่ยนความรู้ ตั้งคำถามเพื่อทำความเข้าใจในเนื้อหาที่เรียนร่วมกันและให้การเรียนมีประสิทธิภาพมากขึ้น 

         หนึ่งในโมเดลที่น่าสนใจคือโรงเรียนที่คลีฟแลนด์ ประเทศสหรัฐอเมริกา ช่วงโควิดที่ผ่านมาทางโรงเรียนอนุญาตให้เด็กโต เดินทางไปเรียนที่โรงเรียนมีการจัดเตรียมที่นั่งสำหรับนักเรียนแต่ละคนโดยเว้นระยะห่างอย่างปลอดภัยในขณะที่ครูผู้สอนนั้นทำการสอนจากที่บ้านผ่านช่องทางออนไลน์แทน จากโมเดลดังกล่าวแสดงให้เห็นว่า การจัดการเรียนรูปแบบนี้ช่วยทำให้เด็ก ๆ เข้าใจบทเรียนมีการตอบโต้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับเพื่อนร่วมชั้นได้ดีกว่าการเรียนจากที่บ้านนอกจากนี้ยังได้มีการสอบถามความเห็นของนักเรียนพบว่าชื่นชอบการเรียนในรูปแบบนี้อีกด้วย อาจกล่าวได้ว่าเป็นอีกหนึ่งตัวอย่างที่น่าสนใจซึ่งหากสถานศึกษาในไทยได้ลองนำไปประยุกต์ใช้ อาจสร้างผลลัพธ์ช่วยให้การเรียนการสอนมีประสิทธิภาพมากขึ้น

5. เทคโนโลยีจากเกม (Gamification) เพิ่มความสนุกในการเรียน

         อีกหนึ่งเทร็นด์การศึกษา 2022 ที่น่าจับตามองคือการนำกลไกของเกมมาปรับใช้เพื่อให้ผู้เรียนเข้าถึงได้ง่ายขึ้นเกิดความสนุกสนาน และมีส่วนร่วมในชั้นเรียนมากขึ้น โดยกลไกของเกมที่สามารถนำมาปรับใช้ประกอบด้วย

  • เป้าหมายของเกม เกมมักมีการกำหนดมิสชั่นว่าเล่นแล้วจะได้อะไร เช่น ได้คะแนนเพิ่ม เลื่อนเลเวล เพื่อดึงดูุดให้คนเข้ามาเล่น ซึ่งสามารถนำสิ่งเหล่านี้มาปรับในการเรียนได้ ตัวอย่างเช่น สำหรับใครที่เรียนบทแรกผ่านจะได้สะสมคะแนน หรือรับรางวัลหลังเรียนเสร็จ จะช่วยเสริมแรงจูงใจให้ผู้เรียนอยากมีส่วนร่วม
  • รางวัลจูงใจ นอกจากเนื้อหาการเรียนที่น่าสนใจแล้ว อีกเรื่องที่สำคัญคือของรางวัล อาจกำหนดรางวัลเป็นคะแนนที่สามารถนำไปแลกของต่าง ๆ หรือของขวัญชิ้นใหญ่ เป็นอีกหนึ่งวิธีที่จะช่วยดึงดูดผู้เรียนให้มาเรียนอย่างต่อเนื่อง และเกิดการแข่งขันที่นำไปสู่ผลลัพธ์ในการช่วยพัฒนาทักษะของผู้เรียนได้มากขึ้น 
  • สร้างการแข่งขันและความร่วมมือ เกมแต่ละแบบจะมีเป้าหมายการสร้างและมีการจำลองสถานการณ์ที่แตกต่างกัน ทั้งการกดดัน ความขัดแย้ง เพื่อให้ผู้เล่นแก้ไขปัญหา เพียงลองนำรูปแบบนี้ไปปรับใช้ในการเรียนการสอน จะช่วยให้ผู้เรียนเกิดความรู้สึกหลากหลาย เกิดความร่วมมือกันเพื่อฝ่าฟันอุปสรรค และเอาชนะฝ่ายตรงข้าม ทำให้ผู้เรียนมีส่วนร่วม สนุกสนานและเป็นผลดีต่อการเรียนรู้

แม้ว่าเทร็นด์การศึกษาวิธีนี้อาจยังไม่แพร่หลาย แต่เราเชื่อว่าหากนำไปปรับใช้จะดีต่ออนาคตการศึกษาไทย จะช่วยเสริมการเรียนการสอนให้มีคุณภาพ สร้างแรงจูงใจในการเรียนรู้และตอบโจทย์ผู้เรียนมากกว่าเดิมด้วย

         ทั้งหมดนี้เป็นเทร็นด์การศึกษา 2022 ที่เราตั้งใจนำมาฝากทุกสถาบันการศึกษา ธุรกิจการศึกษาหรือผู้ที่สนใจได้ตามทันเทร็นด์ใหม่ ๆ จะเห็นได้ว่าแนวโน้มการศึกษาไทยในอนาคตนั้นเน้นให้ผู้เรียนมีส่วนร่วม สามารถนำเนื้อหาที่เรียนไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันเตรียมความพร้อมให้ผู้เรียนมีทักษะตรงตามความต้องการของตลาดเข้าสู่โลกของการทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและเข้ากับบริบทของโลกที่ได้เปลี่ยนแปลงไป และหากสถานศึกษา สถาบันกวดวิชาต่าง ๆ ต้องการตัวช่วยอย่างระบบอินเทอร์เน็ตที่เสถียร ระบบ Cloud เพื่ออัพเกรดองค์กรให้เท่าทันเทร็นด์การศึกษา 2022 เราขอแนะนำ Solutions จาก NT ที่จะช่วยให้ปรับตัวได้ทันเวลาจะช่วยยกระดับอนาคตการศึกษาไทยให้ก้าวหน้าพร้อมรองรับโลกแห่งอนาคตที่ไร้พรหมแดน

หากสนใจติดต่อได้ที่เบอร์ 1888
หรือขอรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ https://nt-metro-service.com/nt-education-solution-expert/

Scroll to Top