GED คืออะไร? วางแผนอย่างไรให้เหมาะกับลูก

            ในปัจจุบัน ระบบการศึกษาไทยได้เปิดกว้างสำหรับการเรียนรู้ของเด็กๆ จะเห็นได้จากโรงเรียนแต่ละแห่งมีการใช้แนวคิดด้านการศึกษาที่หลากหลายเข้ามาช่วยให้ทั้งผู้ปกครองและเด็กมีทางเลือกมากขึ้น เช่น โรงเรียนแนววิถีพุทธที่เน้นการนำหลักธรรมทางพระพุทธศาสนามาบูรณาการ ประยุกต์ใช้ในการบริหารและพัฒนาผู้เรียนตามหลักไตรสิกขาผ่านกระบวนการทางวัฒนธรรมแสวงหาปัญญาและมีเมตตา [1] โรงเรียนแนวการสอนแบบวอลดอร์ฟที่บูรณาการวิชาการควบคู่กับกิจกรรมต่าง ๆ ที่เน้นความงดงามของธรรมชาติ โดยเชื่อว่าจะช่วยให้เกิดการเรียนรู้ที่ดี มองว่าเด็กควรได้เล่นอย่างอิสระ มีชีวิตเรียบง่ายกลมกลืนกับธรรมชาติ สอนโดยผ่านกิจกรรม 3 อย่างคือ กิจกรรมทางกาย ผ่านอารมณ์ความรู้สึก และผ่านการคิด [2]

            โรงเรียนแนวการสอนแบบ Project Approach เป็นการเรียนเพื่อสนองความต้องการของเด็ก ไม่มีการแข่งขัน แต่เป็นการเรียนแบบร่วมมือ เด็กจะได้เรียนรู้อย่างลุ่มลึกในหัวข้อที่เด็กมีความสนใจภายใต้บรรยากาศที่มีความเป็นอิสระ [3] หรืออาจจะเป็นการเรียนแบบ Home School ที่ผู้ปกครองสามารถจัดการเรียนการสอนเองได้ที่บ้าน โดยเน้นความสนใจของเด็กเป็นหลัก ให้เด็กได้เรียนจากประสบการณ์ตรง เปรียบเสมือนบ้านเป็นฐานความรู้ที่เชื่อมโยงกับวิถีชีวิต สิ่งแวดล้อม และสังคมรอบตัว [4]

            ทั้งนี้ ไม่ว่าจะเป็นการศึกษาในรูปแบบใด ผู้ปกครองควรพิจารณาความพร้อมและความสนใจของบุตรหลานเป็นหลักเพื่อเลือกทางเดินด้านการศึกษาที่เหมาะสมกับตัวเด็ก

            เมื่อเด็กเริ่มเข้าสู่การศึกษาในระดับที่สูงมากขึ้น เช่น ในระดับมัธยมศึกษา ระบบการศึกษาก็ยังเปิดโอกาสให้เด็กๆ ได้มีทางเลือกอื่นในการจัดการศึกษาของตนเอง โดยเด็กสามารถวางแผนการศึกษาสำหรับชีวิตตนเองได้ยาวไปถึงขั้นอุดมศึกษา เช่น การเลือกแผนการเรียนระดับชั้นมัธยมปลายเพื่อมุ่งสู่คณะต่างๆ ที่ตนเองสนใจในการเรียนต่อมหาวิทยาลัย การสะสมผลงานหรือที่รู้จักกันดีในนามของการเก็บ “Portfolio” ตั้งแต่มัธยมปลายเพื่อยื่นแก่คณะที่ต้องการศึกษาต่อ หรืออีกทางเลือกหนึ่งที่กำลังเป็นที่นิยมกันในปัจจุบัน และถือว่าเป็นเส้นทางลัดสำหรับหลายๆ คน ที่จะก้าวเข้าสู่รั้วมหาวิทยาลัยแบบก้าวกระโดดโดยที่ไม่ต้องรอให้เรียนจบชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 นั่นคือ การสอบ GED (General Educational Development)

GED คืออะไร?

            GED หรือ General Educational Development คือ การสอบเทียบวุฒิมัธยมศึกษาตอนปลายในระบบการศึกษาอเมริกัน (US High School Equivalency Diploma) เป็นวุฒิซึ่งเป็นที่ยอมรับทั่วโลกรวมทั้งในประเทศไทยด้วย ซึ่งกระทรวงศึกษาธิการของประเทศไทยได้รับรองวุฒิการศึกษานี้ให้เทียบเท่าได้กับวุฒิการศึกษาระดับมัธยมศึกษาปีที่ 6 เมื่อปีพ.ศ. 2558 หากนักเรียนสอบ GED ผ่านแล้วก็เท่ากับว่าเรียนจบชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 นักเรียนสามารถนำผลสอบ GED นี้ไปยื่นสมัครเข้าเรียนระดับปริญญาตรีต่อในมหาวิทยาลัยที่ต้องการได้เลย โดยการสอบ General Educational Development นี้ พบบ่อยในกรณีที่นักเรียนเป็นนักกีฬาหรือเรียนในระบบ Home school ทั้งนี้ ผู้สอบสามารถสมัครสอบได้ตั้งแต่อายุ 16 ปีขึ้นไป [5]

            นักเรียนสามารถนำผลสอบ GED ยื่นสมัครเรียนได้ทั้งมหาวิทยาลัยของรัฐและเอกชนในประเทศไทย รวมทั้งมหาวิทยาลัยที่ต่างประเทศด้วย หากเป็นมหาวิทยาลัยของรัฐจะเน้นที่หลักสูตรนานาชาติ ส่วนมหาวิทยาลัยเอกชนก็สามารถยื่นได้ทั้งหลักสูตรไทยและนานาชาติ ตัวอย่างคณะจากมหาวิทยาลัยที่รับผลสอบ GED เช่น สาขาเทคโนชีวภาพ คณะวิศวกรรมศาสตร์ สถาบันนวัตกรรมบูรณาการ คณะบริหารธุรกิจ สาขาการจัดการสื่อสาร สาขาวิชาการออกแบบสถาปัตยกรรม สาขาวิทยาศาสตร์จิตวิทยา ของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย หรือ สถาบันเทคโนโลยีนานาชาติสิรินทร สาขาวิชาการจัดการออกแบบธุรกิจและเทคโนโลยี สาขาการเมืองและการระหว่างประเทศ หลักสูตรอังกฤษและอเมริกันศึกษา คณะนิติศาสตร์ วิทยาลัยนานาชาติปรีดี พนมยงค์ ของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และคณะวิทยาศาสตร์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขาสื่อและการสื่อสาร คณะศิลปศาสตร์ สาขาเทคโนโลยีสร้างสรรค์ สาขาผู้ประกอบการด้านธุรกิจการเดินทางและธุรกิจบริการ ของวิทยาลัยนานาชาติ มหาวิทยาลัยมหิดล เป็นต้น [6]

            ข้อดีของการสอบ GED คือ นักเรียนสามารถเข้าเรียนมหาวิทยาลัยระดับชั้นปริญญาตรีได้ตั้งแต่อายุ 16 ปี (ต้องได้รับความยินยอมจากผู้ปกครอง) ประหยัดค่าเทอมได้ถึง 3 ปี (ม.4-ม.6) และในการสอบ GED นั้น จะสอบแค่เพียง 4 วิชา คือ Reasoning Through Language Arts, Mathematical Reasoning, Science และ Social Studies อีกทั้งยังสามารถสอบได้ทุกวันและรู้ผลสอบทันทีหลังการสอบอีกด้วย จากข้อดีดังกล่าว หากนักเรียนสนใจที่จะสอบ GED ก็จำเป็นจะต้องมีการเตรียมตัวที่ดี ทั้งเรื่องการอ่านหนังสือในวิชาที่จะต้องสอบ ค่าใช้จ่ายในการสอบ รวมทั้งสถานที่ในการสอบ หัวข้อถัดไปจึงจะขออธิบายรายละเอียดเกี่ยวกับเรื่องที่กล่าวมา

GED ต้องสอบวิชาอะไรบ้าง ค่าใช้จ่ายเท่าไหร่ และสอบที่ไหน?

            การสอบ GED นั้น ไม่ได้จำกัดวุฒิการศึกษาขั้นต่ำ เพียงแต่ผู้สอบต้องมีอายุ 16 ปีขึ้นไปเท่านั้น โดยเปิดให้สอบได้ตลอดทั้งปี การสอบประกอบไปด้วย 4 วิชา โดยแต่ละวิชาจะมีคะแนนเต็มวิชาละ 200 คะแนน มีเกณฑ์คะแนนผ่านอยู่ที่ 145 คะแนน เมื่อสอบเสร็จแล้วสามารถทราบผลสอบได้ทันที ในกรณีที่สอบไม่ผ่าน สามารถสอบซ้ำได้ 3 ครั้ง แต่หากครั้งที่ 3 ยังไม่ผ่านจะต้องรอ 60 วันในการลงสอบรอบถัดไป (ของแต่ละวิชา) ในกรณีสอบ GED ได้คะแนน 145 ขึ้นไป (ซึ่งถือว่าผ่านแล้ว) แต่ยังไม่พอใจในคะแนนสอบ นักเรียนสามารถสอบใหม่ได้ วิชาละ 1 ครั้งเท่านั้น โดยต้องทำการโทรติดต่อศูนย์ GED เพื่อทำการ Rescore ลงสอบใหม่

            ข้อสอบ GED จะเป็นข้อสอบที่เน้นในเรื่องของการคิดวิเคราะห์และการนำเนื้อหาที่เรียนมาประยุกต์ มากกว่าการท่องจำหรือการแก้โจทย์ รายละเอียดวิชาที่สอบ มีดังนี้ [5]

1. Reasoning Through Language Arts หรือ RLA
            RLA เป็นข้อสอบภาษาอังกฤษที่รวมเนื้อหาการอ่าน (Reading) และ การเขียน (Writing) เข้าด้วยกัน ซึ่งการอ่านนั้นจะเน้นเรื่องการตีความ ส่วนการเขียนจะเน้นเรื่องการระบุและสร้างข้อโต้แย้งหรือ Argumentative โดยมีพื้นฐานเรื่องไวยากรณ์ (Grammar) เป็นหลัก รูปแบบข้อสอบจะเป็นแบบปรนัย (Multiple Choices) การลากแล้วปล่อย (Drag and Drop) การเลือกพื้นที่ (Select and Area) และการเลือกแบบเลื่อนลง (Drop Down) มีเวลาสอบอยู่ที่ 150 นาที หรือ 2 ชั่วโมง 30 นาที ข้อสอบจะแบ่งเป็น 3 ส่วนคือ

            Part 1 : 30 นาที
            – Reading (2 Passages)
            Part 2 : 45 นาที
            – Extended Response
            Part 3 : 65 นาที
            – Reading (4 Passages)
            – Standard English Convention (2 Passages)

2. Mathematical Reasoning
            การสอบวิชาคณิตศาสตร์ มี 46 ข้อ ประกอบด้วยเนื้อหา คณิตศาสตร์พื้นฐาน เรขาคณิต พีชคณิตพื้นฐาน รวมทั้งกราฟและฟังก์ชัน ซึ่งข้อสอบจะมี 2 ส่วน โดยจะอนุญาตให้ใช้เครื่องคิดเลขในส่วนที่ 2 และรูปแบบข้อสอบเหมือนข้อสอบ RLA ในวิชานี้มีเวลาสอบ 115 นาที หรือ 1 ชั่วโมง 55 นาที

3. Science
            วิชาวิทยาศาสตร์มีเวลาสอบ 90 นาที หรือ 1 ชั่วโมง 30 นาที มีข้อสอบ 34 ข้อ โดยมีเนื้อหาหลักเกี่ยวข้องกับ Life science, Physical science และ Earth and space science สิ่งที่เพิ่มเติมมาคือในส่วนของ Short answer เป็นการวิเคราะห์สถานการณ์ที่โจทย์จำลองมาและสามารถสรุปเหตุการณ์นั้น ๆ ได้อย่างเข้าใจหรือเรียกว่า การจับใจความ นั่นเอง มีรูปแบบข้อสอบเหมือนข้อสอบ RLA

4. Social Studies
            วิชาสังคมให้เวลาสอบ 70 นาที หรือ 1 ชั่วโมง 10 นาที มีข้อสอบ 30 ข้อ ทักษะที่เน้นในวิชานี้คือ การอ่านวิเคราะห์ข้อมูลทางประวัติศาสตร์และการเมืองการปกครอง รวมถึงการอ่านตัวเลข กราฟ ตาราง และแผนที่ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับสังคมศึกษา เนื้อหาจะแบ่งออกเป็น 4 หัวข้อหลัก ได้แก่ ประวัติศาสตร์อเมริกา (U.S. History) การเมืองการปกครอง (Civic and government) เศรษฐศาสตร์ (Economics) ภูมิศาสตร์และประวัติศาสตร์โลก (Geography and the world)

            เมื่อได้รู้จักและทราบรายละเอียดเกี่ยวกับการสอบ GED แล้ว ผู้ปกครองและนักเรียนควรจะต้องวางแผนการเตรียมสอบ และเตรียมความพร้อมในหลายๆ ด้าน เช่น ความพร้อมด้านภาษาอังกฤษ ซึ่งแน่นอนว่าจะต้องเตรียมความพร้อมของภาษาอังกฤษทั้งในเรื่องไวยากรณ์ การอ่านเพื่อจับใจความ การเขียนให้ตรงประเด็น และคลังคำศัพท์ในระดับหนึ่ง เพราะ GED เป็นข้อสอบที่ใช้กันทั่วโลก (รวมทั้ง USA) ดังนั้น ข้อสอบจะไม่มีการวัดระดับภาษาของผู้เข้าสอบ แต่จะเน้นวัดผลในระดับการคิดวิเคราะห์เชื่อมโยง การเตรียมพร้อมในเรื่องภาษาอังกฤษที่ดีจึงเป็นพื้นฐาน

ในการเข้าสอบ GED

            นอกจากทักษะด้านภาษาอังกฤษแล้ว การฝึกทำความเข้าใจในวิชาคณิตศาสตร์ การคำนวณ การเรียนรู้สูตรคำนวณ การเข้าใจหลักการทางวิทยาศาสตร์ในชีวิตประจำวัน การเรียนรู้เรื่องโลกกับอวกาศ การศึกษาความรู้หรือทักษะในเชิงสังคมศาสตร์ และทักษะในการวิเคราะห์ ทั้งหมดนี้ล้วนเป็นส่วนประกอบของข้อสอบที่ผู้สอบจะต้องพบเจอทั้งสิ้น

ในเรื่องของค่าใช้จ่ายในการสอบ GED มีรายละเอียด ดังนี้

            – ค่าธรรมเนียมในการสอบ GED แบ่งออกเป็น 3 ส่วน คือ ค่าสอบ GED Ready 6.99 USD/วิชา (ประมาณ 240 บาท ต่อวิชา)
            – ค่าสอบ GED 80 USD/วิชา (ประมาณ 2,700 บาท ต่อวิชา)
            – ค่าใบ GED Diploma และ Transcript 15 USD/ใบ (ประมาณ 500 บาท ต่อใบ) โดยแบบการจัดส่งจะจัดส่งแบบเร่งด่วน (FEDEX) ซึ่งจะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม

            ดังนั้น เรื่องค่าใช้จ่ายก็เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่ต้องมีการวางแผนล่วงหน้า รวมถึงการคาดการณ์ว่าการสอบอาจไม่สำเร็จภายในครั้งเดียว

            เมื่อประมาณค่าใช้จ่ายในการสอบได้แล้วการวางแผนเรื่องของการเดินทางไปยังสถานที่สอบ หรือการเลือกสถานที่สอบก็เป็นเรื่องสำคัญเช่นกัน เพราะในการสอบนั้นจะต้องไปถึงสนามสอบก่อนเวลา 15 นาที ในประเทศไทย มีศูนย์สอบ GED ทั้งหมด 5 แห่ง ตั้งอยู่ในหลายจังหวัด ได้แก่

            1. Paradigm : ที่อยู่ ชั้น 2 อาคารอัลม่าลิงค์ ชิดลม กทม. ติดต่อ 092-063-5599
            2. Pearson Professional Centers : ที่อยู่ BB Building, ชั้น 10 ถนนอโศกมนตรี ซอยสุขุมวิท 21 กทม. ติดต่อ 02-664-3563
            3. Movaci Technology : ที่อยู่ 420/11-13 ถนนช้างคลาน อ. เมือง จ. เชียงใหม่ ติดต่อ 053-920-555
            4. Thabyay Education Network Foundation : ที่อยู่ อ.แม่สอด จ.ตาก ติดต่อ 055-535-111
            5. Phuket Academic Language School : ที่อยู่ 66/19 ถนนวิจิตรสงคราม อ.กะทู้ จ.ภูเก็ต ติดต่อ 063-313-4911

            การศึกษาเป็นรากฐานสำคัญของชีวิต ผู้ปกครองมีหน้าที่สนับสนุนและค้นหาความต้องการของบุตรหลาน เพื่อชี้แนวทาง ให้คำปรึกษา แต่ไม่ตัดสินความคิดของบุตรหลานว่าผิดหรือถูก ส่วนเด็กเองก็มีหน้าที่ศึกษาเล่าเรียน ค้นหาความถนัดของตนเอง สามารถนำสิ่งที่ตนเองสนใจไปเรียนรู้ให้เกิดประโยชน์ต่อยอดเป็นแนวทางในการดำเนินชีวิตของตนเอง ซึ่งในโลกยุคปัจจุบัน การศึกษานั้นไม่มีพรมแดน ทุกคนมีโอกาสเรียนรู้ได้มากขึ้นจากระบบการสื่อสารแบบดิจิทัลที่อาศัยเครือข่ายอินเทอร์เน็ตเป็นเครื่องมือ NT รัฐวิสาหกิจที่มีความเชี่ยวชาญด้านโทรคมนาคมมานานกว่า 65 ปี พร้อมเป็นส่วนหนึ่งในการผลักดันความก้าวหน้าทางการศึกษาให้เติบโตต่อไปอย่างไม่หยุดยั้ง ทันต่อการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว สร้างโอกาสให้เด็กทุกคนอย่างเท่าเทียมกัน และพร้อมจะเป็นขุมพลังสำคัญที่จะช่วยให้การศึกษาไม่ได้อยู่แค่ในห้องเรียนอีกต่อไป

            สำหรับผู้ที่สนใจบริการจาก NT สามารถติดต่อเพื่อสอบถามการบริการเพิ่มเติมหรือปรึกษาผู้เชี่ยวชาญฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย ได้ผ่านทาง Facebook Page: NTshop กรุงเทพและปริมณฑล หรือสามารถติดต่อผ่านทางเว็บไซต์ nt-metro-service.com

แหล่งอ้างอิง
[1] https://www.vitheebuddha.com/files/download/1da7b00e8ad898ca01a9d5fb8ee57d7a.pdf
[2] https://www.rakluke.com/learning-all/education/item/waldorf.html
[3] https://www.rakluke.com/learning-all/education/item/project-approach.html
[4] https://www.ignitebyondemand.com/%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%99-homeschool-%E0%B8%84%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%AD%E0%B8%B0%E0%B9%84%E0%B8%A3/
[5] https://www.ignitebyondemand.com/study-ged-test/
[6] https://theadvisoracademy.com/ged-info/

Scroll to Top