การวางระบบอินเทอร์เน็ตสำหรับโรงเรียนขนาดใหญ่ ไร้จุดอับ

            ในยุคที่อินเทอร์เน็ตได้เข้ามามีบทบาทสำคัญในชีวิตจนสามารถเรียกได้ว่าเป็นปัจจัยที่ 5 นั้น ในมิติของการศึกษาของเด็กไทย อินเทอร์เน็ตก็มีส่วนสำคัญไม่น้อยในการช่วยเพิ่มประสิทธิภาพให้กับวงการศึกษามาสักระยะหนึ่งแล้ว ซึ่งบทบาทที่เด่นชัดและถูกใช้งานมากที่สุดก็ในช่วงที่เกิดการระบาดของโรคโควิด-19 เนื่องจากแต่ละสถาบันการศึกษาไม่สามารถเปิดการเรียนการสอนตามปกติได้ จึงมีการปรับตัวขนานใหญ่ด้วยการนำอินเทอร์เน็ตเข้ามาช่วยในการเรียนการสอน เรียกได้ว่าเป็น “Education Disruption” อย่างแท้จริง จึงเกิดช่วงเวลาของ “ดิจิทัลเปลี่ยนโลกการศึกษา” ในประเทศไทยอย่างเต็มตัว [1] 

            ผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงกะทันหันที่เกิดขึ้น เนื่องจาก“ความพร้อม” ด้านอินเทอร์เน็ตของสถาบันการศึกษาแต่ละแห่งในช่วงก่อนการเกิดการระบาดของโควิด-19 นั้นมี “ไม่เท่ากัน” บางสถาบันฯ ไม่เคยมีโอกาสนำอินเทอร์เน็ตมาใช้ในการเรียนการสอนของโรงเรียนเนื่องจากหลาย ๆ ปัจจัย เช่น งบประมาณ ปัญหาเรื่องระบบโครงข่าย และความเชี่ยวชาญของบุคลากร เป็นต้น ทำให้เมื่อมีความจำเป็นต้องใช้งานด้านอินเทอร์เน็ตก็ไม่สามารถจัดการเรียนการสอนได้อย่างเต็มที่ จำเป็นต้องใช้อุปกรณ์หรือวิธีการเรียนการสอนที่ยึดกับรูปแบบของสื่อสังคมออนไลน์เป็นหลัก ซึ่งส่งผลกระทบไปยังทั้งครูผู้สอน และผู้ปกครองของนักเรียน ที่จำเป็นต้องจัดหารอุปกรณ์เพิ่มเติมเองให้เหมาะสม

อินเทอร์เน็ตมาพร้อมความยืดหยุ่นด้านการศึกษา

            เมื่ออินเทอร์เน็ตได้เข้ามามีบทบาทสำคัญในวงการศึกษา อาจจะต้องมีการมองรอบด้านถึงมิติอื่น ๆ ของอินเทอร์เน็ตต่อระบบการศึกษา เนื่องจากถ้ามองในมิติของการพัฒนาการศึกษา อินเทอร์เน็ตจะเข้ามาเกี่ยวข้องกับผู้เรียนและผู้สอนในแง่ของการเรียนการสอนซึ่งเป็นสิ่งที่เห็นได้ชัดเจนที่สุด แต่ในขณะเดียวกันก็ยังมีมิติอื่น ๆ ที่อินเทอร์เน็ตสามารถเข้ามาเกี่ยวข้องกับผู้เรียนได้อีก นั่นคือ สิ่งที่นักเรียนได้รับจะไม่ใช่แค่การเข้าถึงแหล่งข้อมูลจากทั่วโลก แต่ยังเป็นการพัฒนาด้านอื่นไปด้วยพร้อมกัน  เช่น การตรวจสอบเรื่องความโปร่งใส หรือช่วยลดอัตราการถูกละเมิด หรือลดความรุนแรงภายในโรงเรียนได้อีกด้วย [2] 

            ดังนั้น การนำอินเทอร์เน็ตมาใช้ในการศึกษาของแต่ละสถาบัน ควรมีความยืดหยุ่นให้เหมาะสมกับบริบท และไม่ใช่เพียงแค่นำมาใช้ในการเรียนการสอนแต่เพียงอย่างเดียว แต่ควรทำคู่ขนานกับวิธีอื่น ๆ เพื่อให้เกิดการพัฒนาผู้เรียนได้อย่างแท้จริง เช่น [2]

            1. จัดโมเดลการเรียนการสอนแบบผสมผสานระหว่างการเรียนออนไลน์ผ่านระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ต กับการจับกลุ่มผู้เรียนขนาดเล็ก 5-10 คนต่อครู 1 คน เพื่อมาทำกิจกรรมร่วมกัน เนื่องจากการเรียนออนไลน์เพียงอย่างเดียวนั้นจะได้เฉพาะความรู้และความจำ แต่จะไม่ได้รับการพัฒนาด้านอื่น ๆ แต่การพบปะระหว่างผู้เรียนกับครูจะช่วยพัฒนาผู้เรียนได้ครบ 4 มิติคือ สติปัญญา ร่างกาย อารมณ์ และสังคม ซึ่งวิธีการนี้ผู้เรียนจะเรียนได้อย่างปกติ และมีพัฒนาการทางอารมณ์จากการได้พบพูดคุยกับเพื่อนและชุมชน

            2. การเรียนออนไลน์ผ่านระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ต ไม่ควรจะนำกรอบความคิดเรื่องการเรียนการสอนแบบ Onsite มาใช้กับเรียนการสอนแบบ Online เช่น การจัดตารางสอนหรือการแบ่งคาบเรียนที่ตายตัวเหมือนตารางสอนปกติที่เรียนที่โรงเรียน แต่ควรมีการจัดตารางเรียนที่ยืดหยุ่นให้เหมาะสมกับพฤติกรรมของผู้เรียนในแต่ละวัย อาจจะทำวิดีโอสั้น ๆ สรุปบทเรียน เพื่อให้ผู้เรียนได้มีโอกาสมาทบทวนบทเรียนในภายหลังได้ โดยที่ผู้เรียนจะได้ไม่ต้องนั่งเรียนออนไลน์หลายชั่วโมงต่อวันเพราะบางช่วงอายุของผู้เรียนอาจจะไม่เหมาะกับเรียนแบบออนไลน์ที่ใช้เวลานาน ๆ

เพราะอินเทอร์เน็ตคือถนนที่เชื่อมโยงความรู้จากทั่วโลก 

            อาจารย์วิริยะ ฤาชัยพาณิชย์ นักวิชาการอิสระ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กล่าวว่า “อินเทอร์เน็ตคือถนนที่เชื่อมโยงความรู้จากทั่วโลก ซึ่งจะช่วยสร้างความเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่” คำกล่าวนี้ดูเหมือนจะไม่เกินจริงในยุคปัจจุบัน เนื่องจากเทคโนโลยีได้เข้ามาช่วยพัฒนาการศึกษาได้ 
100 เปอร์เซ็นต์ ดังนั้น การทำให้ทุกโรงเรียนได้มีโอกาสใช้อินเทอร์เน็ตคุณภาพสูง ย่อมหมายถึงการสร้าง “ถนน” ที่จะนำความรู้และการเข้าถึงสิทธิ์ทุกมิติมาสู่ผู้เรียน [1]

            ดังนั้น การเลือกเครือข่ายและระบบอินเทอร์เน็ตจึงเป็นสิ่งที่สถาบันการศึกษาควรให้ความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง ไม่ว่าจะเป็นระบบ Wifi ที่ครอบคลุมในพื้นที่กว้าง ความเสถียรของอินเทอร์เน็ต การใช้งบประมาณให้คุ้มค่า ความปลอดภัยของระบบ รวมถึงการบริการดูแลหลังการขาย เหล่านี้ล้วนเป็นปัจจัยที่ผู้บริหารควรนำมาพิจารณาในการเลือกใช้บริการจากผู้ให้บริการระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ต

            บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) หรือ NT รัฐวิสาหกิจด้านการสื่อสารโทรคมนาคมที่ทำงานมาอย่างยาวนานกว่า 65 ปี มีบริการด้านเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับการศึกษามากมาย พร้อมสนับสนุนความก้าวหน้าทางการศึกษา วางแผนการพัฒนาร่วมกัน และช่วยบริหารจัดการงบประมาณให้กับสถาบันการศึกษา มีผลิตภัณฑ์และบริการด้านเครือข่ายอินเทอร์เน็ต ดังนี้

            1. NT Lease line internet พร้อมระบบกระจายสัญญาณ Wifi เป็นบริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงแบบเช่าใช้เฉพาะราย เชื่อมต่อวงจรโดยตรงแบบจุดต่อจุดจาก บมจ. โทรคมนาคมแห่งชาติ สำนักงานแจ้งวัฒนะไปยังผู้ใช้งาน ผ่านระบบ Fiber Optic ที่มีเสถียรภาพสูง ครอบคลุมพื้นที่ให้บริการทั่วประเทศ

            2. NT SMS-RFID เป็นระบบบริหารจัดการข้อมูลภายในของสถานศึกษาผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ตเพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการข้อมูลในด้านต่าง ๆ แบบครบวงจร โดยมีรูปแบบการใช้งานที่ง่าย สะดวก ข้อมูลถูกต้อง รวดเร็วแบบเรียลไทม์ ด้วยระบบนี้จะสามารถช่วยสร้างความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างโรงเรียน ครู และผู้ปกครอง ผ่านช่องทางการสื่อสารต่าง ๆ ได้แก่ Application และ SMS เป็นรูปแบบการสื่อสารที่เหมาะสำหรับโรงเรียนประถมศึกษาและมัธยมศึกษาที่เน้นในเรื่องความปลอดภัยของนักเรียน

            3. NT Smart in Building Wifi Solution เป็นระบบอินเทอร์เน็ตแบบไร้สายสำหรับภายในอาคารที่มีการวางระบบอุปกรณ์กระจายสัญญาณในระดับ Telco Grade ที่สามารถกระจายสัญญาณได้ดีแม้จะมีผู้เข้าใช้งานพร้อมกันจำนวนมาก     มี log-in มาตรฐาน พร้อมการดูแลจากผู้เชี่ยวชาญตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ และดูแลตลอดการใช้งาน หากอุปกรณ์มีความชำรุดเสียหายสามารถเปลี่ยนได้ทันทีโดยไม่มีค่าใช้จ่าย

            4. NT Netlog เป็นระบบที่สามารถจะช่วยลดค่าใช้จ่ายของสถานศึกษาในการจัดหาระบบ log โดยที่ไม่ต้องลงทุนจัดหาระบบเพื่อจัดเก็บ Log File รวมทั้งยังมีทีมงานมืออาชีพที่จะช่วยวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อหาหลักฐานเชื่อมโยงผู้กระทำผิดได้

            จากบริการของ NT ที่ได้นำเสนอไปแล้วนั้น จะเห็นได้ว่า NT มีความพร้อมในด้านเทคโนโลยีเครือข่ายอินเทอร์เน็ตที่จะช่วยสนับสนุนสถานศึกษาในการเรียนการสอนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ดังเช่น ที่โรงเรียนนาคดีอนุสรณ์ จังหวัดสมุทรปราการ ที่ใช้ระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ตจาก NT มาช่วยสร้างสภาพแวดล้อมที่ดีสำหรับครูเพื่อพัฒนาการเรียนการสอนให้กับนักเรียน โดยคุณมยุรี อินทรพันธ์ รองผู้อำนวยการโรงเรียนฯ รักษาการในตำแหน่งผู้อำนวยการโรงเรียนฯ ได้กล่าวว่า 

            “ด้วยความที่เราเป็นโรงเรียนที่มีนักเรียนในความดูแลจำนวนมาก เราจึงวางระบบอินเทอร์เน็ตและอุปกรณ์ช่วยสอนต่าง ๆ ที่คุณครูทุกท่านสามารถเข้าใช้งานได้อย่างสะดวกไม่ว่าจะเป็น Wifi ระบบการเชื่อมต่อภาพ วิดีโอ จากอุปกรณ์มือถือหรือแล็ปท็อป เพื่อปรากฏบนหน้าจอทีวี เพื่อใช้ประกอบการเรียนการสอนในห้อง โปรแกรม Kahoot ที่สร้างการมีส่วนร่วมจากนักเรียนในชั้นเรียน สิ่งเหล่านี้ล้วนมีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาการเรียนรู้ของเด็กนักเรียนเป็นหลัก”

            นอกจากนี้ คุณมยุรี อินทรพันธ์ ยังได้กล่าวถึงความประทับใจกับการทำงานร่วมกับ NT อีกว่า “เรามีความมุ่งหวังที่จะพัฒนาโรงเรียนให้เป็นสถานที่ให้ความรู้และผลิตเด็กที่มีคุณภาพโดยการสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการทำงานแก่ครู ต้องขอขอบคุณ NT ที่ได้เข้ามาช่วยเสนอแนวคิดการพัฒนา และทำงานร่วมกันตลอดมา”

            จากความประทับใจจากลูกค้าที่มีต่อ NT ทำให้ NT มุ่งมั่นในการให้บริการ พร้อมพัฒนาสินค้าและบริการอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งจัดทีมงานผู้เชี่ยวชาญดูแลทุกปัญหาให้กับลูกค้าโดยมีศูนย์บริการกระจายกว่า 100 แห่งทั่วกรุงเทพฯ และปริมณฑล หากต้องการคำแนะนำเบื้องต้นหรือมีข้อสงสัย รวมถึงต้องการปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ สามารถติดต่อสอบถามผ่านช่างทาง Facebook Page : NT shop กรุงเทพฯ และปริมณฑล หน้าเว็บไซต์ https://nt-metro-service.com/ หรือ Line@ : @ntsmesolutionbkk

แหล่งอ้างอิง
[1] https://www.theeleader.com/news-enterprise/how-to-education-disruption-future-education-thailand/
[2] https://www.eef.or.th/article-free-internet-for-all-school/

Scroll to Top